แฟลชไดรฟ์ หรือ ธัมไดรฟ์ หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เป็นที่นิยมมาก ด้วยความสะดวกทั้งการใช้งานและการพกพา แต่รู้หรือไม่ว่า มันไม่ได้เหมาะจะเก็บข้อมูลสำคัญนะครับ
หลายครั้งที่ผู้เขียนเห็นคนโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าแฟลชไดรฟ์หาย ทำให้รู้สึกเหมือนว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์หลายคนยังเข้าใจผิดว่ามันคืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลระยะยาว แล้วเอาข้อมูลสำคัญที่มีเพียงก๊อปปี้เดียวเก็บไว้ในนั้น ไม่มีสำเนาไว้ที่อื่น จริงอยู่ว่าแฟลชไดรฟ์ไม่ได้เสียกันง่ายๆ สักเท่าไร แต่ปัญหาสำคัญคือการทำหายครับ
แฟลชไดรฟ์ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพา เช่น เตรียมพาวเวอร์พอยท์จากบ้านไปรายงานที่โรงเรียน ไม่ได้เอามาใช้สำหรับ “เก็บ” ข้อมูล พูดอีกความหมายหนึ่งได้ว่ามีประโยชน์เพื่อการ “พก” ข้อมูลติดตัวไปกับเรา ดังนั้นเราควรมีสำเนาของข้อมูลนี้อยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราด้วย (จริงๆ แล้วมันควรอยู่ในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่แรกครับ ทำงานเสร็จแล้วถึงคัดลอกมาในแฟลชไดรฟ์)
ถ้าเราเก็บงาน ทำงานบนแฟลชไดรฟ์ไปเลย โดยไม่มีสำเนาอยู่ที่อื่น เวลาแฟลชไดรฟ์หายไปคงจะไม่สนุกแน่นอนครับ ดังนั้นเราควรหาที่เก็บไฟล์ที่ยั่งยืนกว่านี้ (อย่างน้อยก็เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราเถอะครับ)
เอาล่ะ คำถามคือ ถ้าเราไม่เก็บงานไว้บนแฟลชไดรฟ์ แล้วเราจะเอาไปเก็บที่ไหน คำตอบที่น่าสนใจมีอยู่สองอย่างคือ เก็บในฮาร์ดดิสก์ภายนอก และเก็บในคลาวด์ครับ
ฮาร์ดดิสก์ภายนอก
ฮาร์ดดิสก์ภายนอก (External HDD) เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เหมือนกับในคอมพิวเตอร์ของเราเลย เพียงแต่ถูกหยิบออกมาข้างนอก ให้สามารถนำไปต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ (เราคงไม่ถอดฮาร์ดดิสก์ในเครื่องไปใช้ที่อื่นกันบ่อยๆ) การใช้งานนั้นง่ายๆ ครับ เพียงต่อสาย USB เข้ากับคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้งานได้เหมือนแฟลชไดรฟ์เลย
ข้อเสียก็คือมันสามารถพังได้ (เช่นเดียวกับแฟลชไดรฟ์และฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์) หากข้อมูลมีความสำคัญมากจริงๆ เราควรเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ภายนอกอย่างน้อยสองอัน หากอันหนึ่งเสีย ก็ยังมีอีกอันหนึ่งสำรองไว้
คลาวด์สตอเรจ
คลาวด์สตอเรจ (Cloud Storage) คือพื้นที่เก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต จริงๆ แล้วมันก็คือการที่บริษัทต่างๆ เปิดให้เราเอาข้อมูลไปเก็บในฮาร์ดดิสก์ของเขานั่นแหละครับ แต่เราเรียกกันง่ายๆ ไปเลยว่า “คลาวด์” หรือ “กลุ่มเมฆ” การเก็บในคลาวด์จะป้องกันการสูญหายของข้อมูลได้ดี เพราะผู้ให้บริการคลาวด์เขาจะมีการสำรองข้อมูลไว้ในฮาร์ดดิสก์อีกหลายชุดมากๆ ไม่ต้องกลัวว่าถ้าตัวหนึ่งเสียแล้วข้อมูลจะหาย แถมเราก็ไม่ต้องดูแลรักษาฮาร์ดดิสก์เองอีกด้วย เพราะข้อมูลของเราถูกดูแลอย่างดีในศูนย์ข้อมูลที่กระจายกันอยู่ทั่วโลก
แล้วจะเก็บในคลาวด์ของยี่ห้อไหนดี ที่แนะนำด้วยความนิยมก็มี Google Drive, OneDrive และ Dropbox ครับ
Google Drive
ชื่อนี้คงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก ถือเป็นคลาวด์สตอเรจที่ใช้งานง่าย และมีพื้นที่ฟรีให้มากถึง 15 GB การสมัครใช้งานไม่ยุ่งยาก ถ้ามีบัญชีกูเกิลอยู่แล้ว (เช่น Gmail, YouTube, แอนดรอยด์) ก็สามารถล็อกอินเข้าไปใช้ได้ทันที ถ้ายังไม่มีก็สมัครใหม่ได้ไม่ยุ่งยาก
ไปที่ Google Drive
OneDrive
OneDrive เป็นบริการจากไมโครซอฟท์ มีพื้นที่ฟรีให้ 5 GB หรือถ้าใช้ Office 365 อยู่แล้วก็จะได้พื้นที่ 1 TB (1000 GB) ใครที่มีบัญชีไมโครซอฟท์อยู่แล้ว (เช่น Hotmail) สามารถล็อกอินเข้าไปใช้ได้เลย หากไม่มีก็สมัครได้เช่นกัน
ไปที่ OneDrive
Dropbox
จริงๆ แล้ว Dropbox ถือเป็นเจ้าแรกๆ ในวงการคลาวด์สตอเรจเลย แต่หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู Dropbox มีพื้นที่ฟรีให้ 2 GB ถือว่าน้อยที่สุดในสามเจ้าที่ยกมา แต่ก็ใช้ง่ายและมีคนชอบมากมายไม่แพ้กัน การจะเริ่มใช้งานสามารถสมัครในเว็บไซต์ได้เลยครับ
ไปที่ Dropbox
อย่าลังเลเพียงเพราะความไม่ฟรี
ฮาร์ดดิสก์ภายนอกส่วนใหญ่จะราคาพันต้นๆ ขึ้นไป ส่วนคลาวด์สตอเรจก็มักจะเริ่มต้นที่เดือนละไม่ถึง 70 บาทสำหรับพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งคลาวด์สตอเรจนี่ถือว่าถูกแล้วนะครับยุคนี้ ลองชั่งน้ำหนักความสำคัญของไฟล์กับค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยดูนะครับ ถ้าไฟล์นั้นหายไปคงประเมินค่าได้ยากกว่านี้แน่ๆ สวัสดีครับ
คลาวด์ต้องใช้เน็ตลองเน็ตเน่าหรือไปที่ไม่เน็ตก็ใช้ไม่ได้ ทางที่ดีควรเก็บไว้ทั้งสองที่
ใช่เลยครับ แอดก็เก็บไว้สองที่