News

iOS 16 และ iPadOS 16 มีอะไรใหม่บ้าง อัปเดตได้เมื่อไร รุ่นไหนได้บ้าง

iPhone รุ่นที่สามารถอัปเดตเป็น iOS 16 ได้คือ iPhone 8 ขึ้นไป รวมถึง iPhone SE รุ่นที่ 2 ขึ้นไป

iPad รุ่นที่สามารถอัปเดตเป็น iPadOS 16 ได้คือ iPad Pro ทุกรุ่น, iPad Air รุ่นที่ 3 ขึ้นไป, iPad รุ่นที่ 5 ขึ้นไป และ iPad mini รุ่นที่ 5 ขึ้นไป

iOS 16 มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงและฟีเจอร์ใหม่หลายรายการ สิ่งที่เห็นได้ชัดก็จะเป็นหน้าจอล็อก การแก้ไขข้อความใน iMessage การคัดลอกวัตถุออกจากรูปภาพ และการควบคุม Apple Watch ผ่าน iPhone ได้ เป็นต้น

หน้าจอล็อกใหม่บน iPhone

หน้าจอล็อกหลายรูปแบบบน iOS 16

ใน iOS 16 ผู้ใช้สามารถตกแต่งหน้าจอล็อกได้มากกว่าภาพพื้นหลังเป็นครั้งแรก โดยจะสามารถเพิ่มวิดเจ็ตได้ เปลี่ยนฟอนต์ได้ เปลี่ยนสีตัวอักษรได้ เลือกภาพพื้นหลังได้หลายภาพเพื่อให้ภาพสุ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ iOS 16 ยังสามารถแยกวัตถุเด่นออกจากพื้นหลังของภาพ เพื่อสร้างเอ็ฟเฟ็กต์สามมิติได้

ผู้ใช้สามารถสร้างหน้าจอล็อกและบันทึกเก็บเป็นพรีเซ็ตไว้ได้หลายแบบ และเลือกเปลี่ยนสลับไปมาได้

ปรับแต่งหน้าจอล็อกบน iOS 16

การแจ้งเตือนต่างๆ บนหน้าจอล็อกก็ถูกย้ายลงไปอยู่ด้านล่างของหน้าจอ ไม่ให้บดบังภาพพื้นหลังเหมือนก่อนหน้านี้ บางแอปพลิเคชันที่รองรับก็จะสามารถแสดงการแจ้งเตือนแบบอัปเดตอัตโนมัติได้ เช่น แอปส่งอาหาร ทำให้ไม่ต้องปลดล็อกหน้าจอเพื่อเข้าไปเช็กสถานะในแอป

โหมด Focus เปลี่ยนหน้าจอล็อกได้ กรองเนื้อหาในแอปได้

ผู้ใช้สามารถกำหนดหน้าจอล็อกให้กับโหมดโฟกัสแต่ละแบบได้ ดังนั้นเมื่อเปิดใช้งานโหมดโฟกัส หน้าจอล็อกก็จะถูกสลับไปใช้รูปแบบที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ เช่น ในโหมด Work อาจจะตั้งหน้าจอล็อกให้มีวิดเจ็ตแสดงปฏิทินและอีเมล เป็นต้น

โหมดโฟกัสยังกรองเนื้อหาที่ตั้งไว้ออกจากแอปต่างๆ ได้ ทั้งแอปของแอปเปิลเอง และแอปอื่นที่ผู้ใช้ติดตั้งเอง ทำให้สามารถซ่อนอีเมลงานไว้ได้เมื่ออยู่ในโหมดพักผ่อน หรือซ่อนแท็บเกี่ยวกับงานใน Safari ได้ เป็นต้น

แก้ไขและลบข้อความใน iMessage ได้

ผู้ใช้สามารถแก้ไขและลบข้อความที่ส่งไปแล้วใน iMessage ได้ โดยการแก้ไขต้องไม่เกิน 15 นาทีหลังจากส่งไปแล้ว และแก้ได้สูงสุด 5 ครั้งต่อข้อความ ส่วนการลบต้องไม่เกิน 2 นาทีหลังจากส่ง

ค้นหาอีเมลได้ดีขึ้น เตือนเมื่อลืมแนบไฟล์

แอป Mail มีการปรับปรุงการค้นหาอีเมล ให้ครอบคลุมถึงการพิมพ์ผิด และคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน แต่จะรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น

ในการส่งอีเมล หากมีการพูดถึงคนอื่น หรือบอกว่าจะแนบไฟล์ แต่ตอนกดส่งขาดบุคคลนั้นในอีเมลผู้รับ หรือไม่ได้แนบไฟล์ไปด้วย ตัวแอปก็จะสามารถเตือนได้ รวมทั้งสามารถตั้งเวลาส่งอีเมลได้ และยกเลิกการส่งอีเมลได้ภายใน 10 วินาทีหลังจากกดส่ง

แชร์แท็บใน Safari ได้ และรองรับการยืนยันตัวตนด้วย Passkey

ผู้ใช้สามารถสร้าง tab group ใน Safari และแชร์ให้กับผู้อื่นได้ โดยที่ผู้ใช้คนอื่นก็สามารถเพิ่มแท็บได้ และ tab group ก็จะอัปเดตให้ทุกคนโดยอัตโนมัติ

Safari ใน iOS 16 ได้เพิ่มการรองรับ Passkey หรือฟีเจอร์ในการยืนยันตัวตนด้วยกุญแจเข้ารหัสตามมาตรฐานของ FIDO Alliance และ W3C ทำให้ผู้ใช้สามารถยืนยันตัวตนเข้าเว็บไซต์ที่รองรับด้วย Face ID หรือ Touch ID ได้ คล้ายกับการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2-factor authentication)

Live Text รองรับวิดีโอแล้ว

ฟีเจอร์ Live Text เป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถคัดลอกข้อความออกจากรูปภาพได้ โดยใน iOS 16 ก็สามารถคัดลอกข้อความออกจากวิดีโอได้แล้ว

คัดลอกวัตถุจากภาพได้

แอปเช่น Photos, Quick Look และ Safari สามารถแยกวัตถุเด่น (subject) ออกจากภาพ และคัดลอกเพื่อนำออกไปใช้งานต่อได้

แยกสุนัขออกจากพื้นหลัง เพื่อคัดลอกไปใช้งาน

แอป Home ใหม่

แอป Home บน iOS 16 ได้รับการปรับหน้าตาใหม่ สามารถดูภาพรวมของบ้านได้ในหน้าแรก สามารถแสดงกล้องได้สูงสุด 4 ตัวในหน้าแรก (และดูเพิ่มเติมได้เพียงเลื่อนไปทางซ้าย) อุปกรณ์ต่างๆ ถูกแบ่งเป็นหมวดหมู่ตามห้อง เช่น แสงไฟ อากาศ และลำโพง เป็นต้น

นอกจากนี้แอป Home จะรองรับมาตรฐาน Matter ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของอุปกรณ์ IoT ให้อุปกรณ์ต่างยี่ห้อสามารถทำงานร่วมกันได้

แอป Home แสดงภาพพร้อมกัน 4 กล้อง

บันทึกยา และนับก้าวด้วย iPhone

แอป Health สามารถใช้บันทึกประวัติการใช้ยาต่างๆ และสามารถตั้งเตือนให้ทานยาได้ รวมทั้งยังแจ้งเตือนได้หากยาที่จะทานอาจมีผลข้างเคียงเกี่ยวเนื่องกับยาที่เคยทานไปแล้ว

ตอนนี้ iPhone ก็สามารถนับก้าวเดินผ่านแอป Fitness ได้โดยไม่ต้องมี Apple Watch แล้ว ตัวแอปก็จะสามารถคำนวณประมาณการแคลอรี่และระยะทางที่เดินได้

นับก้าวเดินบน iPhone ด้วยแอป Fitness

CarPlay ใหม่ ขอยึดทั้งแผงคอนโซล

ฟีเจอร์ CarPlay ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ได้รับหน้าตาแบบใหม่หมดจด รวมถึงยังสามารถทำงานร่วมกับรถยนต์ได้ลึกมากขึ้น เช่น ปรับหน้าตาเรือนไมล์ ควบคุมแอร์ ควบคุมวิทยุ เป็นต้น ซึ่งต้องใช้งานกับรถรุ่นใหม่ที่รองรับ

CarPlay บน iOS 16 ควบคุมระบบต่างๆ ในรถได้

Live Captions แสดงซับไตเติลได้ ไม่ต้องเปิดเสียง

แสดงซับไตเติลของเสียงพูด เช่น วิดีโอ คลิปเสียงในแชต หรือวิดีโอคอลได้ ช่วยให้ผู้มีปัญหาทางการได้ยินสามารถเข้าถึงข้อมูลรูปแบบเสียงได้ด้วยข้อความ โดยรองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ

Live Captions เปลี่ยนเสียงที่เปิดฟังอยู่เป็นตัวอักษร

ควบคุม Apple Watch ผ่าน iPhone ได้

สะท้อนหน้าจอของ Apple Watch มาบน iPhone และควบคุมสั่งงาน Apple Watch ได้ ด้วยฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงต่างๆ เช่น การควบคุมด้วยเสียง

ฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงแบบใหม่ ช่วยให้สั่งงาน Apple Watch บน iPhone ได้

แอป Magnifier สามารถระบุประตูได้

เมื่อใช้งานแอปแว่นขยายและส่องกล้องไปเจอประตู ตัวแอปจะสามารถระบุได้ว่ามีประตู พร้อมอ่านป้ายสัญลักษณ์โดยรอบได้

ล็อกถังขยะในแอป Photos ได้

ถังขยะและโฟลเดอร์ซ่อนในแอป Photos สามารถล็อกด้วย Face ID, Touch ID หรือรหัสผ่านใหม่ได้

แอป Translate รองรับภาษาไทย

แอป Translate รองรับการใช้งานกับภาษาไทยได้แล้ว รวมถึงการกดแปลภาษาจากภายนอกแอป และการแปลหน้าเว็บด้วย Safari

Stage Manager เปิดแอปหลายหน้าต่างกว่าเดิม บน iPad

ก่อนหน้านี้ iPad จะรองรับการเปิดแอปพร้อมกันสูงสุด 3 หน้าต่าง (มีสองหน้าต่างข้างกัน และอีกหน้าต่างลอยอยู่ด้านซ้ายหรือขวา) แต่ด้วย Stage Manager ผู้ใช้จะสามารถเปิดหน้าต่างลอยไว้ได้เหมือนการใช้งานบนคอมพิวเตอร์ สามารถปรับขยายขนาดหน้าต่างและลากตำแหน่งไปมาได้ และสามารถสร้างกลุ่มของหน้าต่างได้ เพื่อเปิดขึ้นมาพร้อมกันในคราวเดียว

เปิดแอปได้หลายหน้าต่างด้วย Stage Manager

ฟีเจอร์ Stage Manager รองรับ iPad Air รุ่นที่ 5 ขึ้นไป, iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 5 ขึ้นไป และ iPad Pro 11 นิ้ว รุ่นที่ 3 ขึ้นไป

นอกจากนี้ iPad ที่ใช้หน่วยประมวลผล M1 ยังรองรับการใช้หน้าจอนอกเป็นจอที่สอง จากเดิมที่ทำได้แค่สะท้อนหน้าจอขึ้นไป โดยรองรับหน้าจอความละเอียดสูงสุด 6K

iPad มีแอป Weather แล้ว

แม้จะยังไม่มีแอปเคื่องคิดเลข แต่เราก็มีแอปสภาพอากาศบน iPad แล้ว โดยสามารถดูพยากรณ์อากาศได้ ดูคุณภาพอากาศได้ และรับการแจ้งเตือนสภาพอากาศรุนแรงได้

ดูพยากรณ์อากาศบน iPad ด้วยแอป Weather

จะอัปเดตเป็น iOS 16 และ iPadOS 16 ได้เมื่อไร

แอปเปิลได้เปิดตัว iOS 16 และ iPadOS 16 ไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและทดสอบซอฟต์แวร์กับนักพัฒนา แอปเปิลให้ข้อมูลว่าจะพร้อมปล่อยให้อัปเดตในฤดูใบไม้ร่วง หรือก็คือช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

หากย้อนดูประวัติการปล่อยอัปเดต iOS เวอร์ชันก่อนๆ ย้อนหลัง 5 เวอร์ชัน จะพบว่าทั้งหมดพร้อมปล่อยให้อัปเดตในเดือนกันยายน ดังนั้นจึงพอคาดการณ์ได้ว่าแอปเปิลจะใช้เดือนกันยายนในการปล่อย iOS 16 เช่นเคย

About author

A software developer who likes journalism
Related posts
News

โซนี่เปิดตัวหูฟัง WH-1000XM5: ดีไซน์ใหม่ เพิ่มไมโครโฟน ชาร์จเร็วขึ้น

News

ซัมซุงเตรียมเปิดตัว Galaxy Z Flip3 รุ่น Pokémon

News

เบราว์เซอร์ DuckDuckGo เปิดให้ทดสอบบนแมค

News

iPad Air (2022) มีอะไรใหม่

Leave a Reply

Your email address will not be published.