Wearable Reviews

รีวิว Samsung Galaxy Watch5: ดีครบเครื่อง แต่แบตควรอึดกว่านี้ และบางฟีเจอร์ใช้ในไทยไม่ได้

ซัมซุงได้เปิดตัว Galaxy Watch5 สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดูเผินๆ แล้วแทบไม่ต่างกับ Watch4 หน่วยประมวลผลก็ตัวเดียวกัน หน้าตาก็ไม่ต่างกัน แต่ถ้าใครกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์เรือนแรกหรืออัปเกรดนาฬิกาในรอบหลายปี Galaxy Watch5 ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

รีวิวนี้ใช้ Samsung Galaxy Watch5 (Bluetooth) สี Pink Gold ขนาด 40 มม. เครื่องศูนย์ไทย โดยผู้รีวิวเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง

การออกแบบ

ด้านข้างของ Galaxy Watch5 ขณะสวมใส่

Galaxy Watch5 รุ่นที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสี Pink Gold ซึ่งก็มีสีออกไปทางชมพูอมทองตามชื่อ ตัวเรือนทำจากอะลูมิเนียมให้ผิวสัมผัสแบบด้าน ส่วนที่ปุ่มจะเป็นแบบเงาเล็กน้อย

หน้าปัดขนาด 40 มม. นี้ถือว่ากำลังดีสำหรับคนข้อมือเล็ก ทั้งนี้ขอบจอมีความหนาประมาณ 5 มม. นับจากขอบนอกของตัวเรือน ซึ่งดูแล้วรู้สึกว่ายังค่อนข้างหนาไปหน่อยสำหรับแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเรื่องจออย่างซัมซุง

สายนาฬิกาทำจากวัสดุฟลูออโรอีลาสโตเมอร์ ที่มีสัมผัสคล้ายกับซิลิโคน ใส่ได้สบายข้อมือ ไม่แข็ง มาในสีคล้ายเปลือกไข่ไก่ โดยรวมแล้ว Galaxy Watch5 สามารถใส่ได้สบายข้อมือ ไม่รู้สึกรำคาญหรือหนักมือ

Galaxy Watch5 ใช้สายนาฬิกาขนาด 20 มม. แบบมาตรฐาน สามารถหาซื้อสายนาฬิกาทั่วไปมาเปลี่ยนได้

การตั้งค่าครั้งแรก

ก่อนการใช้งาน เราจะต้องนำนาฬิกา Galaxy Watch5 มาเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ก่อน ซึ่งก็ทำผ่านแอปพลิเคชัน Samsung Wear บนโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่รองรับ Google Mobile Services (พูดง่ายๆ ว่าใช้กับหัวเหว่ยไม่ได้) และนั่นหมายความว่าไม่สามารถใช้ Galaxy Watch5 ร่วมกับ iPhone ได้

การตั้งค่าไม่ได้ยุ่งยาก แต่มีหลายขั้นตอนโดยไม่จำเป็น (บางขั้นตอนควรเก็บไว้ในเมนูตั้งค่าให้ผู้ใช้ไปจัดการเองภายหลัง) นอกจากนี้ใช้แอป Samsung Wear อย่างเดียวยังไม่พอ เราต้องติดตั้งแอป Galaxy Watch5 Plugin เพิ่มอีกแอปด้วย ทำให้การตั้งค่าครั้งแรกใช้เวลาไปประมาณ 8 นาที

หน้าจอและหน้าปัด

Galaxy Watch5 รุ่นหน้าปัด 40 มม. มีขนาดหน้าจอจริงอยู่ที่ประมาณ 30 มม. เหมาะกับคนข้อมือเล็ก แน่นอนว่าขนาดหน้าจอมีพื้นที่ให้ใช้น้อยกว่ารุ่นหน้าปัด 44 มม. แต่ถ้าถามว่าพอกับการใช้งานมั้ย ก็ถือว่าพอ แต่การใช้งานคีย์บอร์ดคงไม่สะดวกเท่ารุ่นใหญ่

แน่นอนว่าหน้าจอของ Galaxy Watch5 เป็นแบบ OLED ซึ่งรองรับการแสดงผลแบบตลอดเวลา (always-on display) สามารถปรับความสว่างได้อัตโนมัติ และในการใช้งานกลางแจ้งก็เห็นหน้าจอได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้สว่างสู้แดดเท่าหน้าจอมือถือ

จุดเด่นหนึ่งของ Galaxy Watch รุ่นก่อนๆ คือการมีวงแหวนบนหน้าปัดที่สามารถหมุนได้จริง เพื่อควบคุมการเลื่อนเมนูบนหน้าจอ แม้ว่าบน Galaxy Watch5 จะไม่มีวงแหวนนั้นแล้ว แต่เราก็ยังสามารถจำลองการหมุนวงแหวนได้ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนที่ขอบหน้าปัดแทน แน่นอนว่าไม่ได้แม่นยำเท่าการใช้วงแหวนจริงๆ แต่ก็ถือว่าใช้งานได้

เลือกหน้าปัด

รูปแบบหน้าปัดที่มีมาพร้อมกับ Galaxy Watch5 ก็มีให้เลือกอย่างเหลือเฟือเอามากๆ เราสามารถเปลี่ยนหน้าปัดได้ด้วยการกดค้างที่หน้าปัด แล้วปัดไปทางขวาสุดเพื่อเพิ่มหน้าปัดใหม่ หน้าปัดแต่ละแบบก็ยังสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้อีก เช่น เปลี่ยนสี เปลี่ยนลาย เปลี่ยนไอคอนและสถานะต่างๆ ที่แสดงบนหน้าปัด เป็นต้น และถ้ายังไม่ถูกใจหน้าปัดที่ซัมซุงมีมาให้ ก็สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จาก Play Store

การใช้งานทั่วไป

Galaxy Watch5 มีคุณสมบัติพื้นฐานที่คล้ายกับสมาร์ทวอทช์ทั่วไป เช่น แสดงการแจ้งเตือน ใช้งานแอปต่างๆ วัดข้อมูลการออกกำลังกายและการนอน เป็นต้น การเลื่อนหน้าจอ เปิดแอป เข้าเมนูต่างๆ ก็ทำได้ลื่นไหลสมราคา

App drawer

Galaxy Watch5 ใช้ระบบปฎิบัติการ Wear OS ที่ซัมซุงพัฒนาร่วมกับกูเกิล ดังนั้นจึงสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Play Store ได้ ทั้งผ่านโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ และบนตัวนาฬิกาเอง ซึ่งพื้นที่เก็บข้อมูลที่เหลือใช้งานจริงประมาณ 7 GB ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

ตัวนาฬิกามาพร้อมกับ Wi-Fi ในตัว ทำให้สามารถใช้งานแอปที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต เช่น Assistant, LINE, Play Store ได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ แต่ก็แน่นอนว่าการเชื่อมต่อ Wi-Fi โดยตรงจะใช้แบตเตอรี่มากกว่าบลูทูธ อย่างไรก็ตามถ้าเชื่อมต่อกับมือถืออยู่ นาฬิกาก็จะตัด Wi-Fi ให้อัตโนมัติ

แอปพลิเคชัน LINE

การแจ้งเตือนสามารถแสดงภาษาไทยได้ สามารถตอบข้อความ ตอบไลน์ผ่านการแจ้งเตือนได้ แต่คีย์บอร์ดภาษาไทยของ Samsung Keyboard เรียกว่าพิมพ์ยากพอสมควร จะคล้ายกับมือถือปุ่มกดแบบเมื่อก่อน แต่ไม่ได้เหมือนเสียทีเดียว ซึ่งทำให้พิมพ์ไทยยากมาก กระนั้นก็สามารถดาวน์โหลดคีย์บอร์ด Gboard ของกูเกิลมาใช้แทนได้

Galaxy Watch5 มาพร้อมกับระบบสั่งงานด้วยเสียง Bixby ซึ่งทำงานได้เร็ว ใช้คำสั่งพื้นฐานทั่วไปอย่างจับเวลา หรือเริ่มการออกกำลังกายได้สบาย และเสียงจากลำโพงก็ฟังได้ชัดเจน ส่วนถ้าใครต้องการใช้ Google Assistant ก็สามารถดาวน์โหลดผ่าน Play Store ได้ ซึ่งก็ทำงานได้เร็วเช่นกัน ระบบสั่งงานด้วยเสียงจะฟังเราเรียก (Hey, Google และ Hi, Bixby) เฉพาะตอนที่หน้าจอเปิดอยู่เท่านั้น เพื่อประหยัดพลังงาน แต่ก็สามารถปิดให้ไม่ต้องฟังไปเลยก็ได้เช่นกัน

คีย์บอร์ดภาษาไทยของ Gboard ใช้สะดวกกว่า Samsung Keyboard

Galaxy Watch5 รองรับการคุยโทรศัพท์ผ่านไมโครโฟนและลำโพงในตัว โดยจะต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถืออยู่ด้วย (แต่ถ้าเป็นรุ่น LTE จะคุยโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ) ลำโพงมีเสียงดังค่อนข้างชัดเจนให้ได้ยินในห้องปิด ส่วนไมโครโฟนก็สนทนาได้โดยปลายสายไม่ต้องถามซ้ำว่าเราพูดว่าอะไร

การใช้งานด้านสุขภาพ

การออกกำลังกาย

Galaxy Watch5 รองรับการบันทึกการออกกำลังกายมากกว่า 90 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นเดิน วิ่ง ปั่นจักรยานกลางแจ้ง ปั่นจักรยานแบบเครื่อง ว่ายน้ำ เดินป่า สกี แอโรบิก บัลเล่ต์ เบสบอล กอล์ฟ คายัก ไปจนถึงร่มร่อน เป็นต้น

ด้วยความที่ Galaxy Watch5 มี GPS ในตัว จึงบันทึกเส้นทางการออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ จากการใช้งานขณะปั่นจักรยาน พบว่า GPS ใช้เวลาประมาณ 10 วินาทีในการระบุตำแหน่ง เมื่อระบุตำแหน่งได้แล้วก็ถือว่ามีความแม่นยำในการบันทึกเส้นทางตลอดการออกกำลังกาย สามารถบอกความเร็วเฉลี่ยและระยะทางได้

ตัวนาฬิกาสามารถหยุดบันทึกกิจกรรมชั่วคราวได้เมื่อเราหยุดพักอยู่กับที่ ซึ่งก็ทำงานได้เร็วเพราะเมื่อหยุดอยู่กับที่สัก 3 วินาที นาฬิกาก็หยุดชั่วคราวให้แล้ว

การนอน

การติดตามการนอนสามารถทำได้อย่างแม่นยำ ว่าหลับตอนไหนและตื่นตอนไหน สามารถแยกประเภทของช่วงการนอนหลับและแสดงเป็นกราฟได้ สามารถวัดปริมาณออกซิเจนในเลือดได้ว่าช่วงไหนมีปริมาณเท่าไร

ข้อสังเกตคือ Galaxy Watch5 รายงานว่ามีช่วงที่กำลังตื่น (awake) ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ Mi Band โดยคืนหนึ่งที่ทดสอบ Galaxy Watch5 รายงานว่ามีช่วงเวลาตื่นเกือบ 2 ชั่วโมง ขณะที่ Mi Band จับได้ที่ 2 นาทีเท่านั้น ซึ่งถ้าใช้ความรู้สึกตอนนอนจริงๆ ก็ต้องบอกว่า Mi Band ดูจะตรงกับความจริงมากกว่า เพราะไม่รู้สึกว่าตัวเองตื่นระหว่างที่นอนอยู่เลย ส่วนข้อมูลการนอนหลับช่วงอื่นๆ ถือว่าใกล้เคียงกัน

Galaxy Watch5 สามารถตรวจจับการกรนได้ ว่ามีเสียงกรนในช่วงไหน รวมมีกี่นาที และเราก็กดฟังเสียงได้ แต่การตรวจจับการกรนจะต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือและวางไว้ใกล้ๆ เพราะจะใช้มือถือในการบันทึกเสียง ซึ่งข้อดีคือไม่มารบกวนแบตเตอรี่ของนาฬิกา

สุขภาพทั่วไป

Galaxy Watch5 รองรับการวัดมวลร่างกาย ด้วยการวางสองนิ้วลงบนปุ่มด้านข้างนาฬิกาทั้งสองปุ่ม ตัวนาฬิกาก็จะปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เพื่อวัดค่ามวลกระดูก มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน เปอร์เซ็นต์ไขมัน และปริมาณนำ้ในร่างกาย

วางนิ้วลงบนปุ่มด้านข้างเพื่อวัดมวลร่างกาย

เราสามารถตั้งเป้าหมายในแอปพลิเคชัน Samsung Health บนโทรศัพท์ได้ว่าต้องการมีน้ำหนักเท่าไร เปอร์เซ็นต์ไขมันเท่าไร มวลกล้ามเนื้อเท่าไร ซึ่งตั้งเป้าหมายได้ทั้งแบบเพิ่มและลด

นอกจากนี้ก็มีคุณสมบัติการวัดชีพจรที่สามารถตั้งได้ว่าจะวัดทุก 10 นาทีหรือวัดตลอดเวลา สามารถวัดออกซิเจนในเลือดได้ วัดระดับความเครียดได้ และแน่นอนว่าสามารถนับก้าวเดินได้

ข้อด้อยคือถึงแม้ว่า Galaxy Watch5 จะรองรับการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และความดันโลหิต แต่ในไทยยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ และการจะวัด ECG และความดันโลหิตก็ต้องใช้ร่วมกับโทรศัพท์ของซัมซุงเท่านั้น

ข้อสังเกตอีกข้อคือ Galaxy Watch5 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์อินฟราเรดสำหรับวัดอุณหภูมิร่างกาย แต่ ณ วันที่รีวิวยังไม่สามารถใช้งานคุณสมบัตินี้ได้ และซัมซุงก็ยังไม่ได้ให้ข้อมูลว่าจะสามารถใช้งานได้เมื่อไร

สำหรับข้อมูลการนอน การออกกำลังกาย และข้อมูลสุขภาพอื่นๆ สามารถดูได้ในแอปพลิเคชัน Samsung Health บนโทรศัพท์ ซึ่งจะมีข้อมูลที่ละเอียดกว่าบน Galaxy Watch5

แบตเตอรี่

ในการวัดระยะการใช้งานแบตเตอรี่เราจะวัดตั้งแต่มีแบตเตอรี่ 100% จนลดเหลือ 5% โดยเปิดโหมดประหยัดพลังงานตอนที่แบตเหลือ 15% รูปแบบการใช้งานก็จะไม่ได้หนักมาก ตั้งการวัดชีพจรเป็นแบบทุก 10 นาที เปิดการวัดออกซิเจนขณะนอนหลับ เปิดบลูทูธตลอดเวลาแต่ปิด Wi-Fi (เชื่อมกับโทรศัพท์อยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้ Wi-Fi) ปรับความสว่างจออัตโนมัติ มีการแจ้งเตือนทั้งวัน ออกกำลังกายประมาณวันละ 20 นาที

  • แบตเตอรี่อยู่ได้ประมาณ 33 ชั่วโมง แบบไม่เปิด always-on display
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ประมาณ 30 ชั่วโมง เมื่อเปิด always-on display
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ประมาณ 32 ชั่วโมง เมื่อใช้การวัดชีพจรแบบทุก 1 นาที
  • ปั่นจักรยานความยาว 20 นาทีพร้อมใช้ GPS นาฬิกาในการวัดระยะทาง ใช้แบตเตอรี่ไป 2%
  • ใส่นอนและเปิดการวัดระดับออกซิเจนขณะนอน ใช้แบตเตอรี่ประมาณ 16% สำหรับการนอน 7 ชั่วโมงครึ่ง
ครั้งที่ระยะเวลา (ชม.)Always-on Displayวัดชีพจรตลอดเวลา
136:41ปิดปิด
228:22ปิดปิด
332:25ปิดปิด
436:14ปิดปิด
529:05ปิดเปิด
635:35ปิดเปิด
727:44เปิดปิด
832:19เปิดปิด
ระยะเวลาแบตเตอรี่ตามการใช้งานแบบต่างๆ

จากตารางจะเห็นว่าระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างจะแกว่งไปมา แล้วแต่การใช้งานในวันนั้นๆ แต่ส่วนใหญ่จะสามารถใช้งานได้เกิน 30 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

แม้ว่าแบตเตอรี่จะไม่อึดมาก แต่ Galaxy Watch5 ก็รองรับการชาร์จเร็วที่กำลังไฟ 10 วัตต์ (5V/2A) โดยใช้เวลาชาร์จจาก 5% ถึง 100% ประมาณ 70 นาที แต่ถ้ามีเวลาน้อยจริงๆ การชาร์จ 30 นาทีก็ยังพอให้มีเหลือแบตเมื่อกลับถึงบ้าน แต่อาจต้องใช้งานอย่างประหยัดแบตเตอรี่

ชาร์จแบบไร้สายด้วยแท่นชาร์จที่มีมาให้

สรุป

Galaxy Watch5 เป็นนาฬิกาที่มีคุณสมบัติการใช้งานครบครันสำหรับสมาร์ทวอทช์ ทั้งฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการใช้งานทั่วไปผ่านแอปต่างๆ ของ Wear OS แต่บางฟีเจอร์ที่เป็นจุดขายอย่างการวัด ECG ก็ยังใช้งานในไทยไม่ได้ และแบตเตอรี่ก็ควรใช้งานได้สักสองวันเต็ม จะได้ไม่ต้องชาร์จทุกวัน โดยรวมถือเป็นนาฬิกาที่ดี ใช้งานได้ลื่นไหล และจะยิ่งเหมาะที่สุดกับผู้ที่ใช้โทรศัพท์ซัมซุงอยู่แล้ว

หากใครที่ใช้ Galaxy Watch4 อยู่แล้ว แน่นอนว่าไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น Galaxy Watch5 เลย เพราะสิ่งที่จะได้คือการชาร์จที่เร็วขึ้นและหน้าปัดแบบแซฟไฟร์ ส่วนการวัดอุณหภูมิร่างกายและ ECG จะใช้ในไทยได้เมื่อไรก็ยังไม่มีข้อมูล

จุดเด่น

  • ชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็ว เพียงครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอให้นำออกไปใช้ได้จนกลับบ้าน
  • มี GPS ในตัว ติดตามการออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อโทรศัพท์
  • คุยโทรศัพท์ได้ค่อนข้างชัดเจน
  • แม้วงแหวนรอบจอแบบสัมผัสจะไม่ดีเท่าวงแหวนจริงๆ แต่ก็น่าใช้งาน
  • การพลิกข้อมือเพื่อปลุกหน้าจอ (raise to wake) ทำงานได้เร็ว
  • มีคุณสมบัติด้านสุขภาพครบครัน ทั้งการวัดมวลร่างกาย ชีพจร ระดับออกซิเจน คุณภาพการนอน และนับก้าวเดิน

จุดด้อย

  • บางคุณสมบัติ เช่น การวัด ECG และการวัดอุณหภูมิร่างกาย ต้องใช้กับโทรศัพท์ซัมซุงเท่านั้น
  • การวัด ECG และอุณหภูมิร่างกายยังไม่พร้อมใช้งานในไทย
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ข้ามวันก็จริง แต่ในวันที่สองก็จะไม่เพียงพอให้ใช้ทั้งวัน
  • อายุแบตเตอรี่ค่อนข้างแกว่งและคาดเดายาก ตั้งแต่ 27 ชั่วโมงถึง 36 ชั่วโมง
  • Wear OS ใช้งานกับ iPhone และหัวเหว่ยรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ เพราะต้องการ Google Mobile Services
  • การใช้งาน
  • ความคุ้มค่า
  • ดีไซน์
  • แบตเตอรี่
3.8
Sending
User Review
0 (0 votes)

About author

A software developer who likes journalism
Related posts
News

ซัมซุงเตรียมเปิดตัว Galaxy Z Flip3 รุ่น Pokémon

News

ซัมซุงเปิดตัว Eco Remote รีโมตชาร์จไฟด้วยคลื่นวิทยุ

News

ซัมซุงวางจำหน่ายอุปกรณ์ SmartThings ในไทย พร้อมเปิดโชว์รูมที่โฮมโปร

News

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Flip3 และ Galaxy Watch4 รุ่น Bespoke Edition ปรับแต่งสีเองได้